วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2557

กระหน่ำยิง "ไม้หนึ่ง ก.กุนธี" กวีแดงชื่อดังหน้าร้านอาหารย่านลาดปลาเค้าเสียชีวิตคาที่!

ช็อค! กระหน่ำยิง “ไม้หนึ่ง” กวีแดง กลางกรุง เมื่อเวลา 14.10 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดยิงใส่ “ไม้หนึ่ง ก. กุนที” หรือ นายกมล ดวงผาสุก กวีเสื้อแดง บริเวณลานจอดรถ หน้าร้านอาหารครกไม้ไทยลาว ซ.ลาดปลาเค้า 24 เขตลาดพร้าว ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ภายหลังที่นายกมล รับประทานอาหารเสร็จและอยู่ระหว่างการเดินไปเอารถที่ลานจอดรถ มีเสียงดังขึ้นประมาณ 5-6 นัด เมื่อตามออกไปดูพบว่านายกมล นอนแน่นิ่งฟุบอยู่กับพื้น ร่างจมกองเลือด พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) กล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ แต่เมื่อทราบเรื่องจากผู้สื่อข่าวแล้วก็จะสั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบบริเวณดังกล่าวทันที ทั้งนี้ ไม้หนึ่ง ก.กุนที เป็นชาว อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม จบปริญญาตรีจากคณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร สร้างชื่อเสียงจากการที่มีบทกวีตีพิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ต่อเนื่องหลายปี และเป็นกวีขวัญใจคนเสื้อแดง

"พานทองแท้" โพสต์นิทาน "หนูมาร์ค กับนายแม้ว เล่นเกมส์แข่งไต่เชือกปีนเสา"


หนูมาร์ค กับนายแม้ว 
เล่นเกมแข่งไต่เชือกปีนเสากัน
ใครถึงข้างบนก่อน เป็นผู้ชนะ

แข่งกันมา 10กว่าปี 
หนูมาร์คไม่เคยชนะเลย จะเปลี่ยนกฏกติกาอย่างไร 
ก็แพ้นายแม้วทุกครั้ง..

หนูมาร์คจึงใช้วิธีใหม่
ขโมยเชือกมาเก็บไว้
แล้วขมวดปมให้ยุ่งเหยิง
ไม่มีใครแก้ได้ นอกจากหนูมาร์คเอง

หนูมาร์คเสนอตัวเป็นผู้แก้ปมนั้น
โดยหวังว่า เมื่อแก้เสร็จ
เชือกจะอยู่ในมือตัวเอง
จะทำให้ตัวเอง ได้เปรียบ
และชนะในการแข่งขันครั้งหน้า

คำถามมีอยู่ว่า
ถ้าเอาเปรียบคู่แข่งทุกวิถีทางแล้ว
หนูมาร์คก็ยังแพ้อีก
พวกท่านจะป่วนเกมปีนเชือก
กันต่อไปอีกไหม

70ล้านคน ติดแหงกอยู่เนี่ย
ก็เพราะมี 70ปี อย่างท่านเนี่ยแหละ....แม่มมมมม..!!

พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้โชว์อยู่อลาสก้า "ตอนนี้อากาศเย็นสบายดีครับ เมืองไทยร้อนหรือไม่ครับ"

วันนี้ ( 23 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในอินสตราแกรมนามว่า "thaksinlive" ซึ่งเป็นของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้โชว์ภาพตนเองขณะอยู่ที่เมืองอลาสก้า   รัฐหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา  พร้อมแสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า "อลาสก้าตอนนี้อากาศเย็นสบายดีครับ เมืองไทยร้อนหรือไม่ครับ"  

วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2557

วงประชุม "องคมนตรี" ปฏิเสธ! ไม่ได้คุยเรื่อง "ตั้งรัฐบาล นายกฯ ม.7"



จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่าในที่ประชุมองคมนตรีได้มีการหารือถึงสถานการณ์บ้านเมือง รวมถึงเรื่องทางออกตามมาตรา 7 ที่จะให้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยเกี่ยวกับทางออกของประเทศ หากเกิดภาวะสุญญากาศนั้น

แหล่งข่าวที่เป็นหนึ่งในองคมนตรี เผยว่า ในวันนี้ (22 เม.ย.) คณะองคมนตรีได้มีการประชุมประจำสัปดาห์ โดยมี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุม ซึ่งเป็นการประชุมตามวาระปกติ ส่วนใหญ่เป็นการหารือเรื่องของข้อกฎหมายต่างๆ โดยเฉพาะข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับคดีของนักโทษที่ทางกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ที่ทำเรื่องเข้ามาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ พร้อมทั้งหารือกรณีที่รัฐบาลจะคืนตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้กับนายถวิล เปลี่ยนศรี แทนพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่จะย้ายไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด


"องคมนตรีได้หารือเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งศาลฯ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าในที่ประชุมองคมนตรีไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องสถานการณ์บ้านเมือง รวมถึงเรื่องมาตรา 7 ที่จะให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยเกี่ยวกับนายกรัฐมนตรีพระราชทาน เพราะเรื่องนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับองคมนตรี จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการประชุมเรื่องดังกล่าว" แหล่งข่าวที่เป็นหนึ่งในองคมนตรี กล่าวยืนยัน

"พฤณท์" ยอมรับ ในค่ายทหาร ร.1 รอ. พอได้ยินข่าว "รัฐประหาร"


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 เม.ย.ที่องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ จ.ปทุมธานี พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีช่วยคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ว่า ขณะนี้บ้านเมืองสับสนวุ่นวายไม่อยู่ในกรอบ สิ่งที่น่าเสียดายที่สุด คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เป็นความหวังของประเทศ ทุกคนน่าจะจำได้ว่าตั้งแต่ปี 2544-2549 พ.ต.ท.ทักษิณได้สร้างความหวังและทำให้คนในประเทศได้เข้าถึงความหวังนั้นได้ และคนในประเทศมีความสุข หลายคนไม่สามารถทำได้อย่างท่าน


 ส่วนกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณระบุทหารสายบูรพาพยัคฆ์จะทำการรัฐประหาร ในเรื่องนี้เป็นเพียงข่าว ตนไม่ทราบ เพราะไม่ได้ทำงานเรื่องความมั่นคง แต่ในฐานะที่อยู่กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ (ร.1รอ.) และเป็นผบ.กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1รอ.) ก็พอทราบข่าวเช่นเดียวกัน ถึงแม้จะเกษียณมาแล้ว ทั้งนี้ ทหารน่าจะเห็นบทเรียนตั้งแต่ปี 49 ถึงปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ปัญหาที่คาดหวังไว้ได้เลย ทุกวันนี้มีแต่จะเพิ่มพูนปัญหา วิธีแก้ที่ดีที่สุดน่าจะอยู่ในกรอบของประชาธิปไตย ซึ่งทหารควรจะอยู่ในกรอบของกฎหมายถูกต้องที่สุด ที่พึ่งจริงๆคือ อยู่ในกรอบของประชาธิปไตย ซึ่งทุกวันนี้กองทัพอยู่ในกรอบอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี  

ลือสะพัด! ทหารเห็นด้วยกับประธาน กปปส. เปลี่ยนม้ากลางศึกรับม็อบครั้งใหญ่ "เลขาฯ กปปส." ครวญจะไม่ให้ "เทือกสุบรรณ" มีแผ่นดินอยู่หรือไง?


ลือสะพัด! ทหารเห็นด้วยกับประธาน กปปส. เปลี่ยนม้ากลางศึกรับม็อบไล่ปูยกสาม

แหล่งข่าวลือสะพัดตลอดทั้งวันว่า ประธาน กปปส.ได้ต่อสายหารือกับผู้นำเหล่าทัพระดับสูงเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงสถานการณ์บ้านเมือง และการเตรียมตัวรับมือม็อบ นปช.

ประธาน กปปส.และผู้นำเหล่าทัพเห็นว่า เลขาฯ กปปส. คนปัจจุบันไม่สามารถนำทัพเพิ่มมวลชนได้มากไปกว่านี้ และยิ่งหากมีการตัดสินคดียิ่งลักษณ์เมื่อไหร่ ม็อบ นปช.จะเพิ่มจำนวนเป็นทวีคูน ซึ่ง เลขาฯ กปปส สุเทพ ไม่สามารถรับมือตั้งรับได้  จึงคุยถึงการ "เปลี่ยนม้ากลางศึก" ให้สุเทพยุติบทบาท ทันทีที่มีคำพิพากษา และ่ส่งไม้ต่อให้ "สนธิ ลิ้มทองกุล" ที่รับอาสาพร้อมนำประเด็น "พลังงานไทย" มาเล่นต่อเพื่อจุดม็อบให้ลุกโชนกลับขึ้นมาใหม่เหมือนสมัยปี ๕๑

แหลงข่าวกล่าวต่อว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้โทรสายหาถึงประธาน กปปส. และเหล่าทัพต่อรองเจรจา และถามกลับไปว่า หากให้ตนเองยุติม็อบ จะให้ตัวเองมองหน้ามวลชนได้อย่างไร ตระกูลเทือกสุบรรณจะหาแผ่นดินอยู่ได้อย่างไร

ในขณะที่ทางสนธิ ลิ้มทองกุล ได้เริ่มเคลื่อนไหวด้วยการขยับตัวเปิดตัวรายการ "คุยกับ สนธิ ลิ้มทองกุล" เมืองไทยรายสัปดาห์ อีกครั้งในปลายสัปดาห์นี้  โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ได้ออกมาจัดรายการ และประกาศชัดเจนแล้วว่า นายสนธิ ลิ้มทองกุล จะกลับมาจัดรายการจริง และประเด็นที่จะนำมาพูดจาคือประเด็นพลังงานไทย ซึ่งก็ตรงกับแหล่งข่าวทุกอย่าง

ดังนั้นต้องดูต่อไปว่า ข่าวเม้าส์นี้จะเป็นจริงหรือไม่ คนไทยคงกำลังรอดูว่า "สุเทพ เทือกสุบรรณ" ไม่มีแผ่นดินอยู่ ว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่

ชาวเน็ตคุ้ย! ปาหี่ "หลานมาร์ค" ไม่มีชื่อเป็นนายกองค์การนักศึกษาอ็อกซ์ฟอร์ด แต่อย่างไร เป็นแค่ประธานชมรมโต้วาที

ฮือฮากันในสังคมอินเตอร์เน็ตไปเมื่อหลายวันก่อน กรณีที่มีผู้ใช้ทวิตเตอร์ ในชื่อบัญชี    @GaemKeyGyu   ทวีตรูปภาพ ที่ระบุว่าเป็น  หนุ่ม  "ไอติม -พริษฐ์ วัชรสินธุ"   หลานชายของ นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์   พร้อมข้อความว่า    เป็นคนไทยแรกที่ได้รับโหวตให้เป็นนายกองค์การนักศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด

ซึ่งจากนั้นก็มีภาพแชร์ต่อๆ กัน พร้อมมีการขุดคุ้ยประวัติชีวิต การศึกษา และความเก่งกาจ สามารถ แถมยังหล่อ หน้าตาดี  ของหนุ่มไอติม วัย 21 ปี ผู้นี้ กันยกใหญ่  เรียกว่า ฮอต และเป็นที่กรี๊ดกร๊าดในกลุ่มสาวๆ และไม่สาว ในช่วงเวลาไม่กี่วันเลยทีเดียว 


แต่แล้ว ก็มีคนในสังคมออนไลน์ เข้ามาแย้งว่า จริงๆแล้ว ไอติม -  พริษฐ์    ซึ่งปัจจุบัน กำลังศึกษาอยู่ที่ ภาควิชาปรัชญาการเมืองและเศรษฐศาสตร์ (Philosophy Political and Economics : PPE)   มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด นั้น ไม่ได้ดำรงตำแหน่ง นายกองค์การนักศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด  ตามที่มีการกล่าวอ้างกัน (นะ) เพราะเนื่องจาก เช็คไปยังเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดแล้ว ไม่ปรากฏชื่อ "Parrit Wacharasindhu" ในตำแหน่งใดๆ ทั้งสิ้น

ซึ่งแท้จริงแล้ว ไอติม -  พริษฐ์  ได้รับโหวตให้เป็น ประธานชมรมโต้วาที แห่ง เมืองอ๊อกซ์ฟอร์ดต่างหาก (The Oxford Union)   ซึ่ง ภาษาอังกฤษ  ในตำแหน่งดังกล่าว เขียนว่า   Oxford University Student Union   และเมื่อเช็คเข้าไปที่เว็บไซต์ของ The Oxford Union แล้ว ก็พบรายชื่อของไอติม เป็นประธานชมรมจริงๆ





อันนี้ ถูกต้อง เป๊ะ!! 



และแม้ ชมรมโต้วาที แห่งเมืองอ๊อกซ์ฟอร์ด   จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด  แต่ก็เป็นแหล่งผลิตนักการเมืองที่มีชื่อเสียงของโลกมาแล้วมากมาย

ซึ่งในอนาคต ก็ต้องจับตาดูกันต่อไป ว่านักการเมือง คนหนุ่มรุ่นใหม่ ของเมืองไทย จะมีชื่อ  "ไอติม -พริษฐ์ วัชรสินธุ"  เจริญรอยตาม น้ามาร์ค หรือเปล่า??

เป็นอันว่า  "เข้าใจตรงกันนะ"

ภาพชุด การ์ดม็อบโล้นอิสสระ ระดมยิงปืนใส่ กวป. ตำรวจ-ทหารหลบกระสุนจ้าละหวั่น










เมื่อเวลาประมาณ10.30 น. ที่บริเวณปาก ซอยแจ้งวัฒนะ 12 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงหลักสี่ เขตหลักสี่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกำลังตั้งแถววางแนวกั้น เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มกปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ ที่อยู่บริเวณข้างรั้ว บ.ทีโอที คอมเปอร์เรชั่น จำกัด มหาชน ช่วงฝั่งตรงข้ามปาก ซอยแจ้งวัฒนะ 12 ที่พยายามจะเข้าปิดบริเวณปากทางเข้า ซอยแจ้งวัฒนะ5 ซึ่งทางกลุ่ม กวป. กำลังเคลื่อนออกมาจากซอยดังกล่าวได้เรียกตะโกนว่า มีคนปาระเบิด จากนั้นก็ได้พบชายเสื้อสีขาว กางเกงขายาวได้วิ่งหนีจากบริเวณป้ารถประจำทาง ปาก ซอยแจ้งวัฒนะ 12 เข้ามายังภายในซอยแจ้งวัฒนะ 12 ทำให้ กลุ่มการ์ด กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ ที่อยู่บริเวณนั้น ได้คว้าปืนสั้นไม่ทราบขนาด ยิงตามเข้าไปใน ซอยแจ้งวัฒนะ12 จำนวน 1 นัด ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่ตรึงกำลังอยู่นั้นต่างหมอบหลบหนีวิถีกระสุนกันจ้าละหวั่น จากนั้นกลุ่มการ์ด ก็ได้ขี่จยย.เข้าไปทางเวทีแจ้งวัฒนะซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ขอขอบคุณ เดลินิวส์

TPBS จับภาพ "นักรบป็อปคอร์น" ของม็อบโล้นอิสระ บัญชาการฆ่า กวป.เต็มรูปแบบ


ภาพจาก TPBS แสดงให้ถึงนักรบป็อปคอร์น และการบัญชาการอย่างชัดเจน

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2557 เวลา 08.30 น. พระพุทธะอิสระนำมวลชนกปปส.จากเวทีแจ้งวัฒนะเคลื่อนตัวออกจากเวทีชุมนุมด้วยขบวนรถบัสจำนวนกว่า 10 คัน เพื่อไปปฏิบัติภารกิจนอกพื้นที่ตามกำหนดการเดิมคือเป้าหมายแรกเพื่อไปพบปะกับพนักงานของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ต่อด้วยภารกิจตามล่าตัวบุคคลที่มีพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง อย่างไรก็ตาม ภายหลังขบวนกปปส.แจ้งวัฒนะมุ่งหน้าออกจากเวทีเคลื่อนตัวไปยังถนนแจ้งวัฒนะเพื่อขึ้นทางด่วนปรากฏว่าขบวนได้ลงทางด่วนบริเวณงามวงศ์วานก่อนจะวนรถกลับเวทีแจ้งวัฒนะกะทันหัน โดยระบุว่าได้รับรายงานว่าคนเสื้อแดงกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(กวป.)ที่จะเดินทางเข้ามาชุมนุมที่ศาลรัฐธรรมนูญจะนำมวลชนมาตลบหลังเวทีชุมนุมแจ้งวัฒนะ เพื่อสลายพื้นที่ชุมนุม

อย่างไรก็ตาม มีรถบัสและรถยนต์ส่วนตัวของผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งได้จอดปิดกั้นทางเข้าออกโรงแรมมิราเคิล แกรนด์ ที่จะมีการประชุมพรรคการเมืองในวันนี้ ทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เร่งตรวจสอบข้อมูลเพื่อเปลี่ยนสถานที่จัดประชุม แต่เมื่อกปปส.แจ้งวัฒนะได้รับแจ้งว่าไปผิดสถานที่ก็รีบนำขบวนกลับที่ตั้งทันที


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนำมวลชนกลับที่ตั้งเวทีแจ้งวัฒนะ ไม่พบว่ามีเหตุการณ์ผิดปกติ โดยพระพุทธะอิสระได้นำรถบัสจำนวนหนึ่งไปปักหลักด้านหลังศูนย์ราชการ อาคารบี เพื่อปิดเส้นทางเข้า-ออกด้านหลังศูนย์ราชการ ป้องกันไม่ได้คนเสื้อแดงเดินทางเข้าไปศาลรัฐธรรมนูญ โดยยืนยันว่ากปปส.แจ้งวัฒนะจะตรึงกำลังจนกว่าคนเสื้อแดงจะล่าถอยออกจากพื้นที่ ท่ามกลางการตรึงกำลังดูแลความเรียบร้อยของทั้งทหารและตำรวจที่ตั้งแถวอยู่ด้านหลังศูนย์ราชการ อาคารบี โดยแกนนำกปปส.แจ้งวัฒนะประกาศให้เวลามวลชนเสื้อแดงที่ระบุว่าเก็บตัวอยู่ในสโมสรราชพฤกษ์เดินทางออกไปภายใน 5 นาที และมีการประกาศกดดันอย่างหนักว่าหากไม่ออกจากพื้นที่จะบุกเข้าไปขับไล่ จากนั้นทหารได้ส่งตัวแทนเข้าเจรจากับพระพุทธอิสระโดยระบุว่าคนเสื้อแดงได้ขึ้นรถออกจากสโมสรฯไปแล้ว โดยใช้ทางออกอีกด้านเพื่อไม่ให้เผชิญหน้ากับกปปส. ทำให้พระพุทธอิสระนำมวลชนกลับมาปักหลักในที่ตั้งก่อนที่จะเคลื่อนขบวนออกไปปฏิบัติภารกิจอีกครั้งในช่วงบ่าย

ล่าสุด หนังสือพิมพ์ เดลินิวส์ ได้เผยแพร่ภาพการ์ดป็อปคอร์น แจ้งวัฒนะระดมยิงปืนใส่ กวป. อย่างชัดเจนด้วย

วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2557

"ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน" จี้ "ศาลรัฐธรรมนูญ" ศาลรธน. ยุติปฏิบัติหน้าที่ หลังพบละเลยออกกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความ ซึ่งเป็นการทำหน้าที่เกินอำนาจ

นายอุกฤษ มงคลนาวิน  ประธานกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.) ได้ส่งจดหมายเปิดผนึก ฉบับที่ 1 เรื่อง เมื่อศาลรัฐธรรมนูญเป็นฝ่ายที่ฝ่าฝืนหลักนิติธรรมเสียเอง ศาลรัฐธรรมนูญก็ควรที่จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา โดยเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ตรวจสอบการใช้อำนาจของตนเอง ก่อนการตีความขยายอำนาจของตนเองไปก้าวก่าย แทรกแซง หรือตรวจสอบการใช้อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร หรือองค์กรอื่นของรัฐ รวมถึงการออกคำสั่งให้บุคคล หรือคณะบุคคลพ้นจากตำแหน่งหรือหยุดปฏิบัติหน้าที่เพราะกระทำขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้การใช้อำนาจพิจารณาหรือวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อคดีที่ผ่านมา ไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจหรือมีบทบัญญัติรองรับทำให้สังคมมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ต่อการทำหน้าที่ได้ถูกต้องตามหลักยุติธรรม ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรที่รัฐธรรมนูญได้กำหนดให้มีบทบาทสำคัญในการที่จะคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน โดยเหตุผลสำคัญ คือ ตลอดการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ 7 ปี ยังไม่มีการออกกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความของศาลรัฐธรรมนูญเพื่อรองรับการพิจารณาคดีต่างๆ และเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 216 วรรคหก ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

โดยบทเฉพาะกาล มาตรา 300 วรรคห้าระบุว่า ระหว่างที่ยังมิได้มีการตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจออกข้อกำหนดเกี่ยวกับวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัยได้ แต่ทั้งนี้ ต้องตราพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้คือ วันที่ 24 ส.ค. 2550 และปัจจุบันศาลรัฐธรรมนูญได้ใช้ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย พ.ศ.2550 ที่ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้กำหนดเพียงฝ่ายเดียวมาใช้ในการพิจารณาและทำคำวินิจฉัยเรื่อยมาทั้งที่รัฐธรรมนูญมาตราดังกล่าวกำหนดให้ใช้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี เท่านั้น

นายอุกฤษ ระบุด้วยว่า การกำหนดวิธีพิจารณาคดีเพื่อควบคุมการใช้อำนาจของศาล ถือมีความสำคัญต่อการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้กับประชาชน แต่เมื่อไม่มีวิธีพิจารณาคดีกำกับไว้ส่งผลให้คำวินิจฉัยของศาลที่ได้ดำเนินการมากว่า 350 เรื่อง แบ่งเป็นรูปของคำวินิจฉัย 92 เรื่องและรูปคำสั่ง 258 เรื่องนั้นบิดเบี้ยว ขาดความชัดเจนในกระบวนการพิจารณา อาทิ ไม่มีกำหนดระยะเวลาพิจารณาคดีแต่ละประเภทที่ชัดเจน ทำให้กระบวนการพิจารณาและการวินิจฉัยบางคดีทำไปด้วยความเร่งรีบผิดปกติ และไม่มีการรับฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง , การทำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีความชัดเจนว่าองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ทำความเห็นในการวินิจฉัยส่วนตนพร้อมแถลงด้วยวาจาต่อที่ประชุมก่อนการลงมติ ตามที่รัฐธรรมนูญ 216 วรรคสอง กำหนดไว้ หรือไม่ , ไม่มีกำหนดระยะที่ชัดเจนต่อการเผยแพร่คำวินิฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนตน


"ระหว่างที่ยังมิได้มีการดำเนินการให้เป็นไปโดยถูกต้องและครบถ้วนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรือตามหลักนิติธรรม หรือในระหว่างที่ยังไม่มีกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญก็ควรที่จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ของตนไว้ก่อน จนกว่าจะได้ดำเนินการให้เป็นไปโดยถูกต้องและครบถ้วนตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ กฎหมาย หรือตามหลักนิติธรรม เพราะศาลรัฐธรรมนูญเองก็อยู่ภายใต้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 วรรคสอง ที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามหลักนิติธรรมอันมีสาระสำคัญประการหนึ่งคือ การยึดมั่นและเคารพกฎหมาย ในเมื่อไม่มีกฎหมาย องค์กรที่ใช้อำนาจรัฐไม่มีอำนาจกระทำการใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะถ้าดำเนินการไปแล้วอาจจะกระทบกระเทือนสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และเมื่อกฎหมายกำหนดขอบเขตไว้เช่นใด องค์กรที่ใช้อำนาจรัฐจะต้องใช้กฎหมายไปตามขอบเขตนั้น จะใช้อำนาจเกินกว่าที่กฎหมายบัญญัติไว้ไม่ได้"นายอุกฤษ ระบุ