วันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2555

นิทาน(หลอกเด็ก)เรื่อง NED กับแดงล้มเจ้า ของสนธิ ลิ้มทองกุล

วันก่อน(27 ม.ค. 55) สนธิ ลิ้มทองกุลจัดรายการคนเคาะข่าวแล้วพูดถึงเรื่องเงินสนับสนุนการล้มเจ้าในไทยอยู่ช่วงหนึ่ง ลองอ่านย่อหน้าด้านล่างนี้ดู

นายสนธิ ยังเปิดเผยอีกว่า NED-National Endowment for Democracy ให้เงินเอ็นจีโอไทยมาเกือบ 1 ล้านเหรียญ โดยเฉพาะเว็บไซต์ประชาไท ซึ่งผู้อำนวยการเว็บไซต์ถูกดำเนินคดีข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ได้มาก้อนหนึ่ง 5 แสนเหรียญ หรือ 15 ล้านบาท ไปอบรมผู้นำท้องถิ่นให้เข้าใจเรื่องบทบาท ส.ส. ซึ่งก็เป็นผู้นำท้องถิ่นที่ใส่เสื้อแดงนั่นเอง ถึงเว็บไซต์ประชาไทจะปฏิเสธว่าการให้เงินมาไม่มีสิทธิต่อรองในการเสนอข่าว แต่ตนไม่เชื่อ เพราะเว็บไซต์นี้มีการจาบจ้วงและหมิ่นสถาบันฯ มาโดยตลอด

และ

พี่น้องรู้ไหม องค์กร NED – National Endowment for Democracy หรือที่ผมแปลเป็นภาษาไทยว่า องค์กรบริจาคเงินเพื่อประชาธิปไตยนั้น ปีที่แล้วให้เงินผ่านเอ็นจีโอเมืองไทยมาเท่าไร เกือบล้านเหรียญสหรัฐฯ เกือบ 30 ล้านบาท และพี่น้องรู้ไหมว่า มีเว็บไซต์ เว็บไซต์หนึ่ง ที่ได้รับเงินจาก NED 70 หรือ 80 % ของเงินที่ใช้เว็บไซต์นี้ มาจากงบของ NED คืองบฝรั่ง เว็บไซต์นั้นชื่อ เว็บไซต์ประชาไท ในรูปที่เห็นนั้น ผู้หญิงคนนี้คือ ผู้อำนวยการเว็บไซต์นี้ ซึ่งถูกข้อหาหมิ่นเจ้าไปแล้ว แปลกมาก ไม่มีใครปิดเว็บไซต์นี้ได้ เว็บไซต์นี้เส้นใหญ่เหลือเกิน ทั้งที่เว็บไซต์นี้เป็นเว็บไซต์สื่อกลางของพวกซ้ายล้มเจ้า พวกใต้ดินที่ต้องการล้มเจ้า แล้วรับเงินโดยตรงมาจาก NED หลักฐานมีหมด เพราะว่าองค์กรของอเมริกาเวลาให้เงินใคร ต้องลงโฆษณา ต้องแถลง เข้าไปเช็กได้ข่าวระบุชัด ให้เงิน ทางนี้ปฏิเสธว่า ถึงจะให้เงินก็ไม่มีสิทธิ์ไม่มีอำนาจต่อรองว่าเรื่องข่าวไหนควรจะลงไม่ควรจะลง ท่านผู้ชมเชื่อหรือเปล่าคำพูดอย่างนี้ ผมไม่เชื่อ เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

เพราะฉะนั้นเว็บไซต์ประชาไท จะเป็นเว็บไซต์ที่จาบจ้วงสถานบันกษัตริย์ หมิ่นสถาบันกษัตริย์มาตลอดเวลา ภาพที่ท่านเห็นคือเว็บไซต์ของ NED ระบุชัดเลยว่า Thailand ว่าให้เงินใครบ้าง มีอยู่ก้อนให้ไป 500,000 เหรียญสหรัฐ เท่ากับ 15 ล้านบาท เอาไปให้จัดสัมมนากับผู้นำท้องถิ่นเพื่อให้เข้าใจบทบาท ส.ส.มากขึ้น แล้ววันนี้ผู้นำท้องถิ่นที่ให้เงินจัดสัมมนาคือผู้นำอะไร ผู้นำท้องถิ่นที่ใส่เสื้อแดง เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ชัด

ที่มา “สนธิ”แฉทุนมะกันหนุนหลังแก๊งล้มเจ้า-หวังยึดไทยสานฝันครองเอเชียแปซิฟิก

ในฐานะที่รู้จักทุน NED และทำงาน NGO พอได้อ่านสิ่งที่สนธิพูดมาก็อดขำไม่ค่อยได้ เลยคิดว่าน่าจะเขียนอะไรถึงซักหน่อย…เรามาดูกันดีกว่าว่า NED ให้ทุนใครบ้าง ให้ทุนแดงล้มเจ้าจริงมั้ย?
จากหน้าเวบที่สนธิอ้างถึง http://ned.org/where-we-work/asia/thailand เรื่องการให้ทุนของ NED (ทุนของ NED เป็นทุนที่ตรวจสอบได้ เพราะอย่างที่สนธิพูดนั่นแหละว่าเป็นทุนที่ได้เงินผ่านมาทางสภาคองเกรสของสหรัฐแล้ว NED จะเป็นคนพิจารณาว่าจะให้ทุนกับโครงการไหนที่เขียน proposal เข้าไปส่ง – ถ้าอยากได้ลองเขียนไปขอก็ได้นะ) เราจะพบว่าองค์กรที่รับทุนของ NED ในประเทศไทยมีทั้งหมดดังนี้

มาดูกันทีละองค์กรดีกว่าว่ามีใครบ้าง:

องค์กรแรก Campaign Committee for Human Rights (CCHR) หรือชื่อไทยคือ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชนไทย(ครส.) ที่มีเรื่องราวโด่งดังในปี 2009 ในประเด็นเรื่อง Sexual Harassment ในองค์กร โดย NED ให้เงินครส.เพื่อทำเรื่อง Human Rights Defender หรือนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในทุกภาคส่วน สำหรับใครที่สงสัยความแดงขององค์กรนี้ ดูชื่อที่ปรึกษาอย่างปรีดา เตียสุวรรณ์ น่าจะการันตีความแดงได้ ครส.ได้เงินจาก NED ทั้งสิ้น 50,000 เหรียญสหรัฐ

องค์กรต่อมา Center for International Private Enterprise (CIPE) องค์กรนี้เป็นองค์กรระหว่างประเทศ ทำงานด้านการต่อต้านคอรัปชั่น โดยพาร์ทเนอร์ที่ทำงานร่วมกันในไทยคือ Thai Institute of Directors (IOD) หรือชื่อไทยคือ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ก่อตั้งขึ้นโดยการสนับสนุนของหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน คือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย มูลนิธิกองทุนพัฒนาระบบตลาดทุน รวมทั้งองค์การระหว่างประเทศคือธนาคารโลก (World Bank) สำหรับโครงการที่ CIPE ได้มาทำในประเทศไทย ได้เงินจาก NED 149,041 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นโครงการที่เรื่องความตื่นตัวของภาคธุรกิจเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่น

องค์กรที่ 3 คือ Cross Cultural Foundation (CRCF) หรือ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม มีสมชาย หอมลออ (อีกข่าว) ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็น คอป.ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ เป็นประธานมูลนิธิฯ นี่ก็น่าจะช่วยรับประกันความแดงขององค์กรได้ CRCF ได้ทุนจาก NED 50,000 เหรียญสหรัฐ

องค์กรที่4 Environmental Litigation and Advocacy for the Wants (ENLAW) โครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อม ทำเรื่องคดีสิ่งแวดล้อมระหว่างรัฐ/นายทุนกับชุมชน ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง ได้เงินไป 40,000 เหรียญสหรัฐ

องค์กรที่5 Foundation for Community Educational Media มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน ได้ไป 50,000 เหรียญสหรัฐ เพื่อจัดทำเวบข่าวประชาไท(อันนี้คงไม่ต้องพูดมาก เพราะสนธิน่าจะพูดไปหมดแล้ว)

องค์กรต่อมา National Democratic Institute for International Affairs (NDI หรือ NDIIA) ได้เงินไปถึง 500,000 เหรียญสหรัฐ เดี๋ยวมาดูกันทีหลังว่าองค์กรนี้เป็นใครมาจากไหน ทำไมถึงได้เงินเยอะขนาดนี้

องค์กรสุดท้ายตามลิสท์ที่ NED ประกาศไว้ Thai Volunteer Service (TVS) หรือ มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม(มอส.) ที่สำนักงานตั้งอยู่ที่เดียวกับประชาไทและคณะกรรมการรณรงค์เพื่อการปฏิรูปสื่อ (คปส.) ที่คุณสุภิญญา กลางณรงค์เคยทำอยู่ (และในอดีตก็ตั้งอยู่ที่เดียวกับ ครป. ที่สุริยะใส กตะศิลาเคยทำอยู่) ได้ไป 50,000 เหรียญสหรัฐเช่นกัน

จากลิสท์รายชื่อที่มีอยู่ในเวบไซท์ก็น่าจะพอบอกแนวทางบางอย่างได้บ้าง แต่เรามาดูกันดีกว่าว่าองค์กรที่ได้เงินทุนถึง 500,000 เหรียญสหรัฐที่นายสนธิบอกว่า “…มีอยู่ก้อนให้ไป 500,000 เหรียญสหรัฐ เท่ากับ 15 ล้านบาท เอาไปให้จัดสัมมนากับผู้นำท้องถิ่นเพื่อให้เข้าใจบทบาท ส.ส.มากขึ้น แล้ววันนี้ผู้นำท้องถิ่นที่ให้เงินจัดสัมมนาคือผู้นำอะไร ผู้นำท้องถิ่นที่ใส่เสื้อแดง เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ชัด” นั้นคือใคร

National Democratic Institute for International Affairs หรือ NDI เป็นองค์กรที่เบสที่วอชิงตัน ดี.ซี. ทำงานด้านการพัฒนาประชาธิปไตยในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่ง mandate ของ NDI ก็ถือว่าตรงกับเป้าประสงค์ของ NED อยู่มากทีเดียว เมื่อลองมาโฟกัสดูในส่วนของประเทศไทย ซึ่งนายสนธิได้บอกว่าเงิน 500,000 เหรียญสหรัฐนั้นถูกใช้ไปจัดสัมมนากับผู้นำท้องถิ่นที่เป็นเสื้อแดง(หรือบ่มเพาะให้เป็นเสื้อแดง) ในส่วนของประเทศไทย NDI ได้แจ้งไว้ในหน้า http://www.ndi.org/thailand ว่าทางองค์กรมีกิจกรรมโครงการใดบ้างในประเทศ โดยย่อหน้าที่สำคัญควรอ่านคือ Current NDI Programs ซึ่งเขียนว่า

Current NDI Programs
Since 2007, the Institute has worked on programs to restore democratic institutions, strengthen and promote political party development and increase dialogue between elected officials and constituents.

NDI’s current National Endowment for Democracy-funded program promotes citizen participation in political processes and strengthens the relationship between citizens and newly elected representatives. Together with the King Prajadhipok Institute and the Political Development Council, constituency dialogues aimed at increasing citizen participation are being coordinated to address concerns in 12 target provinces.

โครงการล่าสุดของ NDI ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจาก NED คือการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการทางการเมือง แค่เสริมศักยภาพ/ความเข้มแข็งของความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนและส.ส.ที่ได้รับเลือกมา และที่สำคัญคือ…โครงการนี้ NDI ไม่ได้ทำโดยลำพัง แต่หากเป็นความร่วมมือกับ the King Prajadhipok Institute (KPI) หรือสถาบันพระปกเกล้า และ Political Development Council สภาพัฒนาการเมือง

เมื่ออ่านมาถึงบรรทัดนี้เราก็พลันร้องเหยดดดด ขึ้นมาในใจ นี่แปลว่าสถาบันพระปกเกล้าและสภาพัฒนาการเมืองสนับสนุนเสื้อแดง(ล้มเจ้า)อย่างนั้นหรือ? หรือจริงๆ แล้ว เรื่อง NED สนับสนุนแดงล้มเจ้าเป็นเพียงแค่ทฤษฎีสมคบคิดโลกเก่าที่ว่าอเมริกาจะครองโลก(ผู้นำความคิดนี้ ณ เวลานี้คือบลอกเกอร์ชื่อดัง(?) ที่ใช้นามแฝงว่า Land Destroyer - สนธิเองก็ใช้ภาพจากหน้าบลอกของ Land Destroyer ในรายการด้วย) เรื่องนี้ผู้อ่านก็น่าจะสามารถพิจารณาเองได้ไม่ยากนัก

แต่จริงๆ แล้วนายสนธิไม่ควรลืมกรณีปฏิญญาฟินแลนด์ว่าผลของการจับแพะชนแกะนั้นเป็นอย่างไร…นี่เตือนกันด้วยความเป็นหวังดี เพราะถ้าวันดีคืนดีเกิด NED ประชาไท NDI สถาบันพระปกเกล้า สภาพัฒนาการเมือง ลุกขึ้นมาฟ้องร้องในกรณีการหมิ่นประมาทขึ้นมาท่าทางจะดูไม่จืดเลยทีเดียว

ไว้ถ้าว่างๆ อีกเมื่อไหร่ จะลองหาเวลามาเขียนเพิ่มเรื่องทำไมอเมริกาถึงไม่น่าจะคิดล้มล้างสถาบันกษัตริย์ของไทย แต่ต้องว่างจริงๆ และอ่านหนังสือให้จบก่อน

หมายเหตุ:สำนักข่าว ASTV ควรพิจารณาการเขียนข่าวของคนเขียนสรุปรายการคนเคาะข่าวตามลิงค์ที่ให้ไว้ข้างบนได้แล้ว เพราะสรุปความผิดไปหลายกิโลเมตร จากที่ว่าองค์กรหนึ่ง(ซึ่งก็คือ NDI) ได้เงินจาก NED มา 5แสนเหรียญ ไปเป็น “โดยเฉพาะเว็บไซต์ประชาไท ซึ่งผู้อำนวยการเว็บไซต์ถูกดำเนินคดีข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ได้มาก้อนหนึ่ง 5 แสนเหรียญ หรือ 15 ล้านบาท ไปอบรมผู้นำท้องถิ่นให้เข้าใจเรื่องบทบาท ส.ส. ซึ่งก็เป็นผู้นำท้องถิ่นที่ใส่เสื้อแดงนั่นเอง” ถ้านี่ไม่ใช่ความตั้งใจของ ASTV ที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด(โดยฉวยโอกาสจากความเป็นคนขี้เกียจอ่านหนังสือของคนไทย) ก็แปลว่าคนที่เขียนข่าวนี้ไม่มีความสามารถในการเขียนมากพอที่จะเป็นนักข่าวได้

ขอขอบคุณ

http://mhonism.com/2012/01/29/%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81/


วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2555

คลิปปาปิงปอง "อุตฯกรุงเทพ และ เทคโนบางกะปิ" ตะลุมบอน



ช่างอุตสาหกรรมกรุงเทพฯ กับเทคโนบางกะปิยกพวกตะลุมบอนไล่ฟันกันกลางแยกพัฒนาการ แถมปาระเบิดปิงปองสร้างความวุ่นวายได้รับบาดเจ็บ 4 ราย ขณะที่ตำรวจเข้าระงับเหตุรวบตัวนักศึกษาสองสถาบันได้ทัน 28 ราย พร้อมยึดของกลางมีดดาบ มีดหัวตัด ระเบิดปิงปอง ปืนปลอม

คลิปเสียง 911 หาม "เดมี มัวร์" ส่งโรงพยาบาล



เว็บไซต์เรดาร์ ว่า เจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 911 ของสหรัฐ หามดาราซูเปอร์สตาร์รุ่นใหญ่ของฮอลลีวู้ด เดมี่ มัวร์ วัย 49 ปี เข้าโรงพยาบาล ช่วง 5 ทุ่มคืนวันอังคารที่ผ่านมา ตามเวลาสหรัฐ หลังจากเดมี่ มัวร์สลบคาบ้าน เพราะสุขภาพทรุดโทรม ซึ่งแหล่งข่าวเผยว่า แพทย์บำบัดรักษาอาการ "อนอเร็กเซีย" หรือโรคผอมผิดปกติ เนื่องมาจากความผิดปกติในการกินไม่ได้นอนไม่หลับ นอกจากนี้แพทย์ยังตรวจพบสารเสพติดที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย


เดมี่ มัวร์มีความผิดปกติทางร่างกายที่ซูบผอมลงตั้งแต่ปลายปีก่อน ช่วงเกิดข่าวมีปัญหารักกับหนุ่มแอชตัน คุตเชอร์ คู่รักต่างวัย ที่อายุ 33 ปี นอกใจไปมีสัมพันธ์สวาทกับสาวอื่น กระทั่งทั้งสองออกแถลงการณ์แยกทางกัน โดยเดมี่ยื่นฟ้องหย่าในเดือนพ.ย. ยุติชีวิตสมรสที่ดำเนินมา 6 ปี ส่วนในช่วงเกิดเหตุล่าสุดนี้ คุตเชอร์ไปร่าเริงอยู่ที่ประเทศบราซิล และคบหานักเขียนบทหนังในวัยเดียวกัน

วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2555

คลิปนายกฯ ยิ่งลักษณ์ : Women as the Way Forward

Watch live streaming video from worldeconomicforum at livestream.com

‘เขตต์-แนท" ปลื้มรับพระราชทานน้ำสังข์จาก "สมเด็จพระเทพฯ"





พระเอกหนุ่ม ‘เขตต์ ฐานทัพ’ และ ‘แนท’เปรมิการ์ ธนโรจน์ประดิษฐ์ เข้าพิธีรับพระราชทานน้ำสังข์ จาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หลังจากเสร็จพิธีพระราชทานน้ำสังข์ คู่บ่าวสาวได้เดินทางออกมาให้สัมภาษณ์ที่ด้านหน้าประตูพระราชวัง ด้านราชวิถี


โดย ‘เขตต์’ เผยถึงความรู้สึกว่า ช่วงแรกตนยังไม่รู้สึกตื่นเต้นเท่าไหร่ เพราะวันนี้มีคู่บ่าวสาวเข้ารับพระราชทานน้ำสังข์ทั้งหมด 8 คู่ และตนเป็นคู่สุดท้าย แต่พอใกล้ถึงคู่ของตนก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นมาก ปลาบปลื้ม และรู้สึกเป็นเกียรติกับวงศ์ตระกูลของเราทั้งสองคนมาก พระองค์ท่านทรงตรัสประทานพรว่า ขอให้เจริญรุ่งเรือง และให้มีความสุข


ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าถึงงานฉลองมงคลสมรสพระราชทานที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้(27ม.ค.) ที่ โรงแรมรอยัล ออร์คิด เชอราตัน จะมีพิธีการอย่างไรบ้าง เจ้าบ่าวตอบว่า พรุ่งนี้จะแถลงข่าวกับสื่อมวลชล เวลา 16.00 น. ออกมารับแขกที่มาร่วมงานเวลา 18.00 น. และเวลา 19.00 น. เป็นพิธีการบนเวที ซึ่งชุดบ่าวสาวจะมีทั้งหมด 3 ชุด ธีมงานเป็นไปแบบเรียบง่ายและโทนสีชมพู-ทอง


ต่อข้อซักถามที่ว่าจะมีการจดทะเบียนเลยหรือไม่ เจ้าสาว เผยว่า ได้จดทะเบียนกันไปเมื่อ วันที่14 ต.ค. 54 เป็นฤกษ์ที่คุณแม่ตนไปหามา ส่วนเรื่องทายาทตนยังไม่พร้อมที่จะมีในปีนี้ ขอทำงานสร้างครอบครัวกันไปก่อน


ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงเรื่องสินสอดว่ามีอะไรบ้าง ‘เขตต์’ กล่าวว่า มีเงินสด เครื่องเพชร ทอง ครบตามประเพณี โดยพรุ่งนี้ (27 ม.ค.) แนทจะใส่เครื่องเพชรชุดที่เป็นของหมั้น ส่วนแหวนหมั้นก็ประมาณ 3 กะรัต

ม็อบเจ้าแม่ปฏิทินโป๊ล่มปากอ่าว มาไม่ถึงสิบ?


ตามที่ น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ นัดชุมนุมม็อบรักในหลวง ต่อต้านการแก้ไขมาตรา 112 ในวันที่ 28 ม.ค.เวลา 12.00 น. โดยขอเชิญชวนไปยังคนรุ่นใหม่ และผู้มีใจรักในสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้มารวมตัวกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่ออ่านแถลงการณ์แสดงความจงรักภักดีต่อสถาบัน และรณรงค์ต่อต้านการเคลื่อนไหวของกลุ่มนิติราษฎร์ ที่เสนอให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ถือว่าเป็นเรื่องที่กระทบต่อสถาบัน แม้ตนจะเป็นคนรุ่นใหม่โตมาไม่ทันได้เห็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานหนัก แต่พ่อและแม่ของตนก็สั่งสอนให้พวกเราจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน

ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น.ดังกล่าว ปรากฏมีฝนฟ้าคะนองถล่มกรุงเทพมหานคร จนทำไมบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้ามีฝนตกหนัก และไม่ปรากฏกลุ่มคนชุมนุมคึกคักเหมือนคาดหมายแต่แรก มีเพียงคนมารอประปรายและพอฝนมาก็วิ่งสลายตัวกลับกันหมด


ขอขอบคุณภาพจากทวิตเตอร์ Mr. Kasem Intapat

คลิป "พิธีเปิด World Economic Forum" เมืองดาวองส์




นายกรัฐมนตรีตอกย้ำบทบาทหญิงเท่าเทียมชายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
(27/1/2012)
นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดการหารือและเข้าร่วมเป็นผู้อภิปรายในการอภิปรายเต็มคณะ ในหัวข้อ "Women as the Way Forward" ระบุทุกวันนี้ในเกือบทุกภูมิภาคของโลก ผู้หญิงยังคงต้องเผชิญกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเพศ ย้ำรัฐบาลตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติขึ้นเป็นครั้งแรกในไทย


วันนี้ (27 ม.ค.55) เวลา 16.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ณ Congress Hall, Congress Centre เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเปิดการหารือและเข้าร่วมเป็นผู้อภิปรายในการอภิปรายเต็มคณะ ในหัวข้อ "Women as the Way Forward"

โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความยินดีที่ได้รับเชิญให้เป็นผู้กล่าวเปิดและร่วมอภิปรายเรื่อง Women as the Way Forward ในวันนี้ และกล่าวว่าตนเองรู้สึกโชคดีที่ได้เกิดและเติบโตขึ้นในสังคมไทย ซึ่งมีความเท่าเทียมระหว่างหญิงชายสูง ทำให้มีโอกาสได้รับการศึกษาที่ดี ได้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในบริษัทเอกชนชั้นนำ และสุดท้ายได้รับเลือกจากประชาชนทั่วประเทศให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย


นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าแม้ว่าตนเองจะเป็นตัวอย่างของผู้หญิงโชคดี แต่ทุกวันนี้ ในเกือบทุกภูมิภาคของโลก ผู้หญิงยังคงต้องเผชิญกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเพศ เมื่อเทียบกับผู้ชายแล้ว ผู้หญิงโดยเฉลี่ยยังคงได้รับการศึกษาต่ำกว่า เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยากกว่า มีรายได้น้อยกว่า ถูกกีดกันไม่ให้ถือครองที่ดินหรือทรัพย์สิน และยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงยังตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศและการทารุณกรรมอีกด้วย


ผู้หญิงแม้ว่าจะมีข้อด้อยกว่าผู้ชายในเรื่องของสรีระและพละกำลัง แต่ก็มีจุดแข็งหลายด้าน เช่น ความรอบคอบ เข้าใจปัญหา ความประนีประนอม และสัญชาตญาณความเป็นเพศแม่ นอกจากนี้จากการศึกษาพบว่าผู้หญิงมีความสามารถในการออมและความน่าเชื่อถือในเรื่องการชำระหนี้ อีกด้วย ดังนั้น หากผู้หญิงได้รับการสนับสนุนอย่างเท่าเทียมกับผู้ชายแล้ว จะทำให้ได้มีการใช้ทรัพยากรมนุษย์อย่างเต็มที่ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน


นายกรัฐมนตรียังมองอีกว่าการผลักดันให้เกิดพลังของผู้หญิงและการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเพศจะต้องเริ่มจากการแก้ไขปัญหาที่ฝังรากลึกในวัฒนธรรมและแนวคิดทางสังคม โดยส่วนหนึ่งของความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา อาจจะเป็นเพราะว่าผู้กำหนดนโยบายไม่ได้แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุอย่างแท้จริง


"รัฐบาลจึงได้มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมุ่งหวังว่าจะสนับสนุนและส่งเสริมให้สตรีไทยเป็นพลังสำคัญและการสร้างสรรค์และพัฒนาประเทศ กองทุนนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยสนับสนุนการแก้ไขปัญหาของสตรี รวมทั้งปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่กระทำต่อสตรีเท่านั้น หากแต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างการพัฒนาศักยภาพของสตรีไทย (Empowerment) และรวมถึงการสร้างความเข้มแข็งและการพัฒนาเครือข่าย (Partnership) ให้สตรีไทยได้มีบทบาทอย่างมากในการร่วมแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศต่อไป"

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังย้ำว่าพร้อมที่จะให้ความสำคัญและสนันสนุนกับการพัฒนาเด็กหญิง (The Girl Effect) เพราะเมื่อคุณให้การศึกษาแก่เด็กหญิงหนึ่งคน คุณกำลังให้การศึกษาแก่คนทั้งชุมชน (When you educate a girl, you educate a community)" รัฐบาลชุดนี้จึงได้เน้นการลงทุนในด้านการศึกษาให้แก่เด็กหญิงเพื่อที่จะช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้ที่มากกว่าเดิม สามารถเป็นผู้หาเลี้ยงครอบครัว และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและการเมืองโลกอย่างมั่นคงต่อไป


นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความหวังว่าการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้เข้าร่วมอภิปรายที่ล้วนแต่เป็นผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จและมีความรู้ความสามารถในวันนี้ จะเป็นอีกก้าวหนึ่งในการสร้างแนวทางการขับเคลื่อนและพัฒนาบทบาทของสตรี เพื่อส่งเสริมให้ผู้หญิงสามารถก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญควบคู่ไปกับผู้ชายได้ในทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง


ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุม World Economic Forum on East Asia ที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม - 1 มิถุนายน 2555 ภายใต้หัวข้อ "Shaping the Region's Future through Connectivity" โดยจะมีการหารือถึงแนวทางการสร้างความเจริญเติบโตให้กับเศรษฐกิจโลกผ่านมิติด้านการพัฒนา ซึ่งการเพิ่มบทบาทของสตรีน่าจะเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญ พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมการประชุมเข้าร่วมงาน Thailand Night ที่โรงแรม Central Sporthotel ในคืนวันนี้ ระหว่างเวลา 19.30- 22.00 น. เพื่อชมงานแสดงทางวัฒนธรรมและรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับศักยภาพของเศรษฐกิจไทยด้วย